เริ่มต้นลดน้ำหนัก

อัพเดทบทความนี้ล่าสุดเมื่อ

10 วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนักแบบสุขภาพดี ที่ไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก

10 วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนักแบบสุขภาพดี ที่ไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก ต่อให้ใครต่อใครพากันพูดว่า “ยุคนี้คือยุคของสาวอวบ” เป็นเทรนด์ที่สาวหุ่นอวบอั๋นกำลังมาแรง แต่ในใจลึกๆ สาวๆ ส่วนใหญ่ก็ยังต้องการรูปร่างเพรียวบาง สวยสมส่วนกันอยู่ดี

ก็ใครมันจะไปภาคภูมิใจกับพุงพลุ้ยๆ ที่ยื่นล้ำหน้าออกมาได้ ไหนจะร่องรอยของเซลลูไลท์ที่เพิ่มขึ้นพร้อมๆ กับน้ำหนักตัวอีก นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ใส่กางเกงขาสั้นโชว์เรียวขา ไม่ได้แล้ว เมื่อความอ้วนทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจอย่างรุนแรง ก็ถึงเวลาที่จะต้องกำจัดความอ้วนให้หมดไป และนี่คือ 10 แนวทางที่เราจะผอมลงได้แบบสุขภาพดี และไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนหรือโปรแกรมลดหุ่นสุดโหดใดๆ เลย


วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนัก

1. วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนักตั้งเป้าหมายกันก่อนลดน้ำหนัก

วิธีเริ่มต้นลดน้ำหนัก ประเด็นนี้ถึงขั้นมีงานวิจัยรองรับกันเลยทีเดียว ว่ากันว่าคนที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้อย่างชัดเจน มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนที่ไม่มีเป้าหมายอะไรเลย ดังนั้นเมื่อเราจะลดน้ำหนักกันอย่างจริงจังแล้วก็ต้องตั้งเป้าหมายกันก่อน ระบุให้ชัดไปเลยว่าเราจะลดลงกี่กิโลกรัมในช่วงเวลาเท่าไร ถ้ากลัวจะลืมก็เขียนแปะผนังเอาไว้เลยก็ยังได้


การลดน้ำหนัก

2. หาแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก

ระหว่างทางในการลดน้ำหนัก ก็มีบ้างที่จะท้อถอยกันได้ ยิ่งกับคนที่น้ำหนักตัวเยอะมากๆ ลดเท่าไรก็ไม่ลงเสียที ก็มีโอกาสที่จะท้อได้มากกว่าคนอื่นๆ เราจะต้องสร้างแรงกระตุ้นให้กับตัวเองอยู่เสมอ เช่น หาภาพคนหุ่นดีๆ มาเป็นแบบ บอกตัวเองเสมอว่านั่นคือผลลัพธ์ที่เราต้องการ เป็นต้น


ลดความอ้วน

3. ออกห่างจากอาหารที่ทำให้อ้วน

แน่นอนว่าจะลดความอ้วนให้ได้ผลดีก็ต้องควบคุมอาหารร่วมไปด้วย แต่ร้อยทั้งร้อยของคนที่อ้วนก็คือคนที่มีความสุขกับการกิน อยู่ๆ จะให้มาลดปริมาณอาหารและจำกัดประเภทอาหารมันก็ยากอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเราอาจจะใช้วิธีออกห่างจากอาหารที่อ้วนให้มากที่สุดก่อน อาหารเหล่านี้ก็คืออาหารขยะทั้งหลาย เช่น มันฝรั่งทอด ขนมกรุบกรอบ เป็นต้น ไม่ต้องซื้อมาเก็บไว้ในตู้เย็น ไม่ต้องเดินผ่านไปร้านที่ขายของเหล่านี้บ่อยๆ


วิธีการเริ่มต้นลดน้ำหนัก

4. เปลี่ยนขนมจุบจิบเป็นขนมมีประโยชน์

ใครที่ติดขนมถุงต้องเลิกเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย แล้วเปลี่ยนไปเป็นขนมระหว่างมื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพแทน สามารถซื้อมาติดบ้านไว้ได้อย่างเต็มที่เลย เพราะของเหล่านี้ทานได้บ่อยๆ โดยที่ไม่ทำให้อ้วนขึ้น แถมยังมีสารอาหารช่วยบำรุงเรื่องของผิวพรรณอีกด้วย ขนมที่ว่านี้ได้แก่ ถั่ว อัลมอนด์ โยเกิร์ต เป็นต้น


เริ่มออกกำลังกายลดน้ำหนัก

5. เริ่มออกกำลังกายลดน้ำหนัก

เริ่มออกกำลังกายลดน้ำหนัก ต่อให้ควบคุมอาหารมากเท่าไร ก็ไม่ทำให้หุ่นสวยแบบสุขภาพดีได้หากไม่มีการออกกำลังกาย คนที่ผอมลงด้วยการอดอาหารจะมีร่างกายซูบเซียว ไร้ชีวิตชีวา และมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องหารูปแบบการออกกำลังกายที่ชื่นชอบแล้วทำควบคู่กันไป จะเป็นเล่นโยคะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วิ่งที่สวนสาธารณะ หรือแม้แต่เข้าฟิตเนส จะทำอย่างเดียวหรือสลับสับเปลี่ยนกันไปก็ได้


วางแผนลดน้ำหนัก

6. วางแผนการทานอาหาร

ก่อนจะเลือกซื้ออาหารแต่ละมื้อ อยากให้หยุดคิดสักนิดว่าอะไรบ้างที่ควรทานและอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง อาจใช้วิธีคำนวณแคลอรี่คร่าวๆ ดูก็ได้ ตัวช่วยง่ายๆ ที่จะไม่ทำให้เราตะบะแตกแล้วสั่งอาหารมาแบบไม่ลืมหูลืมตาก็คือ ลิสต์รายการอาหารก่อนสั่งเสมอ แล้วสั่งตามรายการนั้น อย่าออกนอกลู่นอกทาง


ลดน้ำหนัก

7. ลดน้ำหนักทุกวันไม่เว้นวันไปเที่ยว

ลดน้ำหนักทุกวันไม่เว้นวันไปเที่ยว เวลาที่เราไปเที่ยวนอกบ้านในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงท่องเที่ยวประจำปี เราจะตามใจปากแทบทุกอย่าง เห็นอะไรน่าอร่อยก็จะลิ้มลอง ซึ่งมันทำได้แน่นอนหากไม่ได้อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ต้องย้ำกับตัวเองเสมอว่าการตามใจปากในช่วงลดน้ำหนักเพียงวันสองวันนั้นส่งผลกระทบไม่น้อย


คู่หูลดน้ำหนัก

8. หาคู่หูลดน้ำหนักร่วมกัน

คู่หูลดน้ำหนัก การทำอะไรคนเดียวบางทีก็จะท้อถอยได้ง่ายมากๆ และไม่นานก็จะล้มเลิกความตั้งใจไป นอกจากหาภาพสร้างแรงบันดาลใจแล้ว การหาคู่หูก็สำคัญไม่แพ้กัน จะได้มีเพื่อนคอยช่วยเตือนสติกัน คอยชวนกันไปออกกำลังกาย หรือจะแข่งกันว่าใครจะลดได้มากกว่ากันก็สนุกไปอีกแบบ


ช่วงลดน้ำหนัก

9. มื้อเช้ากินอย่างราชา

ถึงจะเป็นช่วงลดน้ำหนัก แต่อาหารมื้อเช้าคือมื้อหลักที่เราสามารถทานได้อย่างเต็มที่เลย เพราะยังไงเสียตลอดทั้งวันเราก็ต้องใช้พลังงานจนหมดไปอยู่ดี แต่ถ้าใครอยากเห็นผลรวดเร็วขึ้นก็ให้ลดแป้งลงหน่อย แล้วเพิ่มเป็นโปรตีนแทน จะเป็นไก่ หมูหรือปลาก็ได้ทั้งนั้น


ใช้เวลาในการลดน้ำหนัก

10. ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการลดน้ำหนัก

ใช้เวลาในการลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักแบบสุขภาพดีอาจจะไม่เห็นผลรวดเร็วเหมือนกับการโหมหนักๆ คราวเดียว บางคน 1 เดือน บางคน 3 เดือน แล้วแต่ปัจจัยของแต่ละคน ก็ไม่ต้องไปเคร่งเครียดอะไรมาก เพียงแค่ทำไปตามแผนที่วางเอาไว้ ทำต่อไปเรื่อยๆ


สุดท้ายก็จะประสบความสำเร็จ หุ่นสวย ได้เอง และที่น่าสนใจคือการลดน้ำหนักด้วยการปรับที่พฤติกรรมแบบนี้จะเป็นการลดน้ำหนักแบบยั่งยืน คือผอมแล้วผอมเลยไม่กลับมาอ้วนอีก แล้วหน้าตาผิวพรรณก็สดใสไม่ดูโทรม ในเมื่อข้อดีเยอะขนาดนี้ จะใช้เวลาสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกจริงไหม

เขียนความคิดเห็นของคุณ