วิธีรักษาสิวผด

แอดไลน์ brannova

advertising

9 วิธีรักษาสิวผด ขั้นตอนดูแลสิวผดดีๆ ที่คุณควรรู้ไว้สิวจะได้ไม่เห่อออกทั้งหน้า

9 วิธีรักษาสิวผด ขั้นตอนดูแลสิวผดดีๆ ที่คุณควรรู้ไว้สิวจะได้ไม่เห่อออกทั้งหน้า สิวผด (Acne estivalis) เป็นสิวที่มีลักษณะคล้ายกับผดผื่นเม็ดเล็กๆ สีแดง และก่อให้เกิดอาการคันได้ มักจะพบที่บริเวณผิวหน้าได้บ่อยๆ

หากรักษาไม่ถูกวิธีหรือล้างหน้าบ่อยก็จะขึ้นเห่อมากขึ้น ซึ่งปรากฏในช่วงบ่ายหรืออากาศร้อน แต่จะเรียบหายดีในช่วงเช้าหรืออากาศเย็นๆ — วิธีรักษาสิวผด

การรักษาสิวผด

สาเหตุของการเกิดสิวผด

ส่วนใหญ่สิวผดจะเกิดจากแสงแดด ความร้อน และมลภาวะภายนอกอย่างเช่นน้ำและอากาศ เนื่องจากทำให้ต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายเหงื่อได้ จนทำให้ต่อมเหงื่อเกิดการอุดตันแล้วกลายเป็นตุ่มเล็กๆ รวมถึงอาการแพ้น้ำหรือเหงื่อของตนเอง และยังสามารถเกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. เชื้อยีสต์ที่อยู่บนผิวหน้า เกิดจากเชื้อยีสต์ P. ovale ซึ่งเมื่อต่อมไขมันทำงานมากขึ้น จะทำให้มีน้ำมันส่วนเกินที่กลายเป็นอาหารของยีสต์ชนิดนี้ และเกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดสิวผดนั่นเอง

2. การล้างหน้าไม่ถูกวิธี การใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเป็นประจำ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มีฟองมากเกินไป รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว และการเช็ดถูหน้าบ่อยๆ แรงๆ ก็สามารถทำให้เกิดสิวผดได้เช่นกัน

3. การใช้อุปกรณ์แต่งหน้าไม่สะอาด หากเราใช้แปรงหรือพัฟที่มีคราบสกปรก จะทำให้ผิวหนังเกิดการอุดตันแล้วก่อให้เกิดสิวผดได้

4. พักผ่อนน้อย ช่วงกลางคืนที่เรานอนหลับ ร่างกายจะฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเอง แต่ถ้าเรานอนน้อยเกินไปหรือพักผ่อนไม่เพียงพอในแต่ละวัน ก็สามารถทำให้เกิดสิวผดได้ รวมถึงร่างกายที่ไม่แข็งแรงหรือมีภูมิคุ้มกันไม่ดีพอ

วิธีการรักษาสิวผด

วิธีรักษาสิวผดอย่างมีประสิทธิภาพ

การรักษาสิวผดให้ได้ผลจะต้องเริ่มต้นจากการฝึกตัวเองในการยับยั้งใจไม่รบกวนผิวหน้าบ่อยๆ อย่างเช่นการแคะ แกะ เกา หรือเช็ดถูหน้าบ่อยๆ เพื่อป้องกันการเกิดสิวและยับยั้งการลุกลาม นอกจากนี้ยังมีข้อควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี สิ่งที่เราควรทราบคือ การล้างหน้าบ่อยๆ จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวผดรุนแรงมากขึ้น เพราะฉะนั้นในแต่ละวันไม่ควรล้างหน้าเกิน 2 – 3 ครั้ง โดยให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าระหว่างวันเท่านั้น และไม่ควรใช้น้ำอุ่นในการล้างหน้าอย่างยิ่ง รวมถึงควรล้างหน้าหลังจากออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อขจัดสิ่งสกปรก ความมัน และแบคทีเรีย

2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิวของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าหรือบำรุงผิวหน้าก็ตาม รวมถึงครีมกันแดด และควรล้างออกให้สะอาด เพื่อป้องกันการเกิดสิวผดหรือสิวอุดตันได้ในภายหลัง

3. หลีกเลี่ยงแสงแดด แสงแดดเป็นตัวการสำคัญอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดสิวผดได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงกลางวัน หรือทาครีมกันแดดที่มีความมันไม่มากนักทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

advertising

4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีแร่ธาตุสังกะสีหรือ Zinc ให้มากขึ้น เพื่อช่วยเสริมให้ผิวพรรณมีความแข็งแรง และอย่าลืมดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสมดุลภายในร่างกาย

ดูแลสิวผด

5. หมั่นดูแลตนเองให้มากขึ้น ความเครียดมีส่วนทำให้ต่อมไขมันต้องทำงานหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผดได้ ดังนั้นเราจึงควรพยายามทำจิตใจให้แจ่มใสและไม่เครียดอยู่เสมอ รวมถึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึกจนเกินไป

6. พอกหน้าเพื่อลดสิวผด การพอกหน้าด้วยสมุนไพรสามารถช่วยลดสิวผดและสิวอักเสบได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรามีสูตรพอกหน้ามาแนะนำถึง 2 สูตร ดังนี้

6.1 โยเกิร์ตกับผงหอมศรีจันทร์ ใช้ผงหอมศรีจันทร์ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 3 ช้อนโต๊ะ คนให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงค่อยล้างออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน แต่ผู้ที่มีผิวแห้งควรทำเพียงสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งเท่านั้น จะช่วยรักษาสิวผดและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนกระจ่างใสอีกด้วย

6.2 แป้งโยคี ผงพิเศษตราร่มชูชีพ และน้ำมะนาว ใช้แป้งโยคีและผงพิเศษตราร่มชูชีพผสมกับน้ำมะนาวปริมาณครึ่งลูก ให้มีลักษณะเป็นเนื้อครีมไม่เหลวหรือข้นจนเกินไป จากนั้นทาหน้าทิ้งไว้ทั้งคืนแล้วล้างออกในตอนเช้า สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมันและผิวผสมอย่างยิ่ง ซึ่งช่วยทำให้รูขุมขนสะอาด สิวต่างๆ แห้งลง และยังช่วยลดรอยจุดด่างดำหรือรอยแผลจากสิวอย่างเห็นได้ชัด

7. ยาทารักษาสิวผด ยาที่ใช้รักษาสิวผดจะมี 2 แบบ คือ

7.1 ยาอะดาพาลีน (Adapalene) เป็นยาที่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เรตินอยด์ (Retinoids) ประเภทอะดาพาลีน ตัวอย่างยาทาที่อยู่ในกลุ่มนี้คือ “ดิฟเฟอริน” โดยนำมาใช้ทาก่อนนอน เพื่อทำให้สิวผดนั้นผุดหัวสิวขึ้นมา แล้วจึงค่อยกดออกในภายหลัง

7.2 ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) เหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์ P. ovale แต่ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

8. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง วิธีนี้จะช่วยรักษาสิวผดได้อย่างปลอดภัย และยังเป็นการป้องกันการเกิดสิวผดอย่างถาวรได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการรักษาสิวผดตั้งแต่สาเหตุและรักษาสิวผดอย่างถูกวิธี โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการซื้อยาที่มีส่วนประกอบของสารสเตียรอยด์

เลเซอร์สิวผด

9. ทำเลเซอร์ วิธีนี้กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากทำครั้งเดียวก็สามารถกำจัดสิวผดและสิวอุดตันได้ทั่วทั้งใบหน้าอย่างทันใจ แต่อาจจะทิ้งรอยดำไว้บ้าง ซึ่งเราก็สามารถทาครีมลดรอยดำได้ในภายหลัง ทั้งนี้เราควรเลือกทำกับแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวบ่อยๆ บนใบหน้านั้น ถึงแม้ว่าจะรักษาเป็นอย่างดีก็ตาม ยังมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก เพราะฉะนั้นควรอดทนและอย่าเพิ่งท้อในการรักษาสิวนะคะ — ครีมรักษาสิว


แอดไลน์ brannova

เขียนความคิดเห็นของคุณ