วิธีกินยาลดน้ำหนัก
advertising

วิธีกินยาลดน้ำหนัก กินแบบไหนได้ผลดีที่สุด

วิธีกินยาลดน้ำหนัก กินแบบไหนได้ผลดีที่สุด ตัวช่วยหนึ่งในการลดน้ำหนักที่หลายคนให้ความสนใจก็คือ ยาลดน้ำหนัก ถึงแม้จะมีข่าวหนาหูว่ายาลดน้ำหนักมีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางตัวก็ปลอดภัยและได้ผลดีจริงๆ เพราะฉะนั้นจะบอกว่ายาลดความอ้วนเป็นทางเลือกที่ห้ามใช้เด็ดขาดเลยก็คงไม่ได้

แต่ต้องอยู่ในการพิจารณาไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว เช่น ยาลดความอ้วนที่จะใช้มีมาตรฐานรับรองหรือไม่ ดูน่าเชื่อถือมากแค่ไหน หากเกิดผลกระทบในทางที่ไม่ค่อยดีขึ้น จะสามารถติดต่อเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้ที่ไหน พอเลือกได้แล้วก็ค่อยมาดูกันว่ากินยาลดน้ำหนักแบบไหนถึงจะได้ผลดีที่สุด — วิธีกินยาลดน้ำหนัก

วิธีการกินยาลดน้ำหนัก

วิธีการกินยาลดน้ำหนักเป็นครั้งแรก

วิธีการกินยาลดน้ำหนัก หากไม่เคยกินยาลดความอ้วนใดๆ มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม การกินยาลดความอ้วนในครั้งแรกนี้ก็แนะนำว่าให้กินหลังอาหารสักประมาณ 10 นาที ส่วนมากมักจะเป็นช่วงระยะเวลาประมาณ 5-10 วัน ขึ้นอยู่กับตัวผลิตภัณฑ์ด้วย

การกินยาลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหลังอาหารจะเป็นการช่วยให้ร่างกายได้ปรับตัวก่อน เมื่อไม่พบว่ามีอาการข้างเคียงอะไร หลังจากนี้ก็สามารถที่จะเปลี่ยนเวลาในการกินยาลดน้ำหนักเป็นเวลาอื่นๆ ที่สะดวกได้เลย แต่ว่าก็ไม่ควรทิ้งช่วงห่างกับมื้ออาหารมากเกินไป

การกินยาลดน้ำหนัก

การกินยาลดน้ำหนักในวันแรก

สำหรับวันแรกของการกินยาลดน้ำหนัก เป็นเรื่องปกติที่จะมีอาการปากแห้งและกระหายน้ำอยู่ตลอดเวลาได้ อาจมีอาการขมในช่องปากเหมือนตอนที่รู้สึกจะไม่สบาย ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย หรือมีผิวลอกเป็นขุยได้ เนื่องจากเมื่อเรากินยาลดน้ำหนักไปแล้ว ร่างกายก็จะเร่งระบบการเผาผลาญให้หนักขึ้น จึงมีการสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว ก็ให้ดูแลตัวเองเพิ่มเติมด้วยการดื่มน้ำให้มากๆ โดยจิบทีละนิดไปตลอดทั้งวันก็จะลดอาการขาดน้ำที่กล่าวมาข้างต้นได้ทั้งหมด

กินยาลดน้ำหนัก

ผลข้างเคียงของการกินยาลดน้ำหนักได้รับ

advertising

ผลข้างเคียงของการกินยาลดน้ำหนัก โดยปกติร่างกายเราจะมีระดับการเผาผลาญธรรมชาติอยู่ เมื่อเราไปเร่งให้มันเร็วขึ้น หนักขึ้น ระบบอื่นๆ ในร่างกายก็อาจจะรวนตามไปด้วย ทำให้หลายคนมีอาการข้างเคียงที่แตกต่างกันไป ระดับความรุนแรงก็จะต่างกันไปด้วย บางอาการก็สามารถดูแลตัวเองเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาอาการหรือทำให้หายจากอาการนั้นได้ แต่บางอย่างก็ทำไม่ได้และจำเป็นต้องหยุดการกินยาลดน้ำหนักในทันที อาการที่พบได้บ่อยๆ มีดังนี้

ไม่อยากอาหาร : อันนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดประสงค์หลักของยาลดน้ำหนักมากกว่าจะเป็นผลข้างเคียง เพราะเมื่อเราไม่อยากทานอาหารอะไรเลย ปริมาณการทานอาหารลดน้อยลง น้ำหนักตัวก็จะลดลงโดยธรรมชาติ แต่สำหรับบางคนความไม่อยากอาหารนั้นค่อนข้างรุนแรง ก็คือวันทั้งวันแทบไม่ทานอะไรเลย เป็นผลให้ร่างกายทรุดโทรมและขาดพลังงานในการดำเนินชีวิตตามปกติได้

นอนไม่หลับ : ตัวยาบางตัวที่เป็นส่วนผสมของยาลดน้ำหนักมีผลโดยตรงต่อระบบประสาทและการพักผ่อน เราจะรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้การนอนหลับในแต่ละวันยากมากขึ้น อันนี้สามารถบรรเทาลงได้ง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนเวลากินยาลดน้ำหนักให้เร็วขึ้น งดการกินยาช่วงมื้อเย็นหรือใกล้เวลาเข้านอน

ใจสั่น : กรณีนี้อยากให้ลองนึกภาพถึงกาแฟ หลายคนดื่มกาแฟแล้วใจสั่นได้เหมือนกัน อย่างที่บอกไปแล้วว่ายาลดน้ำหนักมีส่วนกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว ดังนั้นอาการใจสั่นจึงเกิดขึ้นตามมาได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าอาการมีระดับรุนแรงมากถึงขนาดที่ทำให้หน้ามืด เวียนหัว หนักหัว แล้วอาจคลื่นไส้อาเจียน แบบนี้ก็แนะนำว่าไม่ควรทานเลย

อ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา : อันนี้เป็นคนละประเด็นกับการนอนไม่หลับ คือไม่ได้มีอาการง่วงนอน แต่เหมือนไม่มีเรี่ยวแรง จะทำอะไรก็เหนื่อยง่าย สิ่งที่เคยทำได้นานๆ ก็จะทำได้น้อยลง ทั้งนี้ก็เพราะร่างกายเผาผลาญพลังงานไปเยอะแล้ว จึงเหลือพลังงานในการทำกิจกรรมแต่ละวันน้อย เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกเหนื่อยบ้าง แต่ต้องไม่ใช่การเหนื่อยแบบหอบ หายใจไม่ทัน ถ้าเป็นขนาดนั้นจำเป็นต้องหยุดยาทันทีแล้วเข้าพบแพทยเพื่อขอคำปรึกษา

วิธีกินยาลดน้ำหนักให้ปลอดภัย

วิธีกินยาลดน้ำหนักให้ปลอดภัยต่อร่างกายและสุขภาพ

วิธีกินยาลดน้ำหนักให้ปลอดภัย นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้ว ก็ต้องกินอย่างถูกวิธีด้วย หากเลือกเป็นกาแฟลดความอ้วนแล้ว ไม่ควรไปทานอาหารเสริมหรือยาลดความอ้วนอื่นๆ อีก เพราะมันจะเป็นการซ้ำซ้อนและฤทธิ์ของยาจะรุนแรงเกินไป ให้เลือกประเภทของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับเราเท่านั้น หากมีอาการผิดปกติก็ไม่ควรฝืนกินต่อ มันจะได้ไม่คุ้มเสีย

เมื่อไรที่ได้น้ำหนักตัวที่ต้องการแล้วก็สามารถหยุดกินยาลดน้ำหนักได้ โดยให้ค่อยๆ ลดลงก่อน เช่น จากที่เคยกินวันละสองครั้ง ก็ลดเป็นวันละครั้ง แล้วค่อยลดเป็นวันเว้นวัน เป็นอาทิตย์ละวัน ระหว่างนี้ก็ควบคุมอาหารและเน้นอาหารที่มีประโยชน์ให้มากๆ ร่วมกับการออกกำลังกาย วิธีการหยุดยาแบบค่อยเป็นค่อยไปนี้ จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ได้มากทีเดียว

เขียนความคิดเห็นของคุณ